สำหรับช่วง Motor Drive ในสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกท่านไปทดสอบสมรรถนะของ Mini MPV 7 ที่นั่ง พันธ์ุแก่งจากแบรนด์ Chevy ที่ห่างหายจากกลุ่มรถครอบครัวไปนานโดยทิ้ง Safira ไว้ให้เห็นเป็นรุ่นสุดท้าย..Chevrolet Spin จึงเป็นการกลับมาทวงส่วนแบ่งทางการตลาดของรถในคลาสนี้อีกครั้ง..โดยมีคู่แข่งทั้ง รุ่นเก๋าอย่าง Avanza หรือมาสไตล์หรูอย่าง Freed รวมถึงคู่ชกล่าสุด Suzuki Ertiga ซึ่ง Spin จะมีอะไรที่โดดเด่นพอเรียกคะแนนจากครอบครัวมือใหม่ได้บ้าง..วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
Spin Up
Chevrolet Spin นั้นเป็นผลงานการสร้างโดย GM do Brasil กับ GM Autoworld Indonesia โดยใช้แพลทฟอร์ม Gamma II ซึ่งใช้ร่วมกับรถอีกหลายรุ่นในเครือ GM และกลุ่มพันธมิตร ที่เปิดตัวต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกปี 2012 ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.3 ลิตร CRDi และแบบเบนซินอีก 3 รุ่น ตั้งแต่ความจุ 1.2 , 1.5 และ 1.8 ลิตร ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เมืองไทยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาใน รุ่น LTZ ขุมพลัง 1.5 ลิตร เพียงรุ่นเดียวกับราคาค่าตัว 762,000 บาท
Design&Interior
สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกนั้น Spin มีจุดเด่นที่ทำให้มันแตกต่างจากคู่แข่งในคลาสเดียวกัน คือผลงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Chevy ซึ่งสะท้อนความแข่งแกร่งผ่านเส้นสายให้ดูแตกต่างจากคู่แข่งที่มักมาในรูปทรงลิ่มดีไซน์เรียบๆได้ค่อนข้างชัด ไม่ว่าจะเป็นความบึกบึนของมัดกล้ามตั้งแต่แนวฝากระโปรงซึ่งไล่ไปจนถึงซุ้มล้อและบั้นท้ายที่ดูอวบอิ่ม ซึ่งถ่ายทอดมาจาก DNA ของกระบะพันธุ์ซ่านามว่า Corolado รวมถึงไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับกระจังหน้าโครเมี่ยม 2 ชั้นแบบ Dual Port บนมิติตัวถังที่ยาว 4,360 มม. กว้าง 1,953 มม. และสูง 1,683 มม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ Spin ทั้งใหญ่และยาวกว่าคู่แข่งทั้งหมด แถมยังดูสปอร์ตกว่าด้วยเพดานความสูงซึ่งน้อยที่สุดในคลาสนี้ อีกทั้งยังเสริม Roof Rack บนหลังคาให้ดูแตกต่างจาก MPV ทั่วไปและเพิ่มความอเนกประสงค์ในการบรรทุกของได้มากขึ้นจากโรงงาน โดยไม่ต้องไปเสียตังค์ติดเพิ่ม ด้านข้างนอกจากประตูบานใหญ่แล้ว Spin ดูไม่สะดุดตามากนัก โดยเฉพาะล้ออัลลอยไซด์ 15 นิ้ว พร้อมยาง 195/65R15 ซึ่งดูจะเล็กไปหน่อยไม่เข้ากับดีไซน์ที่ดูหล่อล่ำ เช่นเดียวกับบั้นท้ายที่ดีไซน์ในแนวเรียบๆไม่หวือหวาพร้อมไฟท้ายหน้าตาธรรมดา จนทำให้มันดูไม่หล่อเท่เท่าด้านหน้า ดีที่ประตูบานหลังยังมีดีไซน์ที่ล้ำสมัยด้วยรูปทรงเหลี่ยมสไตล์ Transformer อยู่บ้างเลยทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูดีพอรับได้ แต่ที่สำคัญคือเรื่องออฟชั่นภายนอกที่ Spin ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่ โดยเฉพาะ Freed และ Ertiga
จากนั้นมาต่อกันที่ห้องโดยสารที่ดูค่อนข้างเรียบขัดกับบุคลิกภายนอก ไม่หวือหวาด้วยแสงสีและออฟชั่น เหมือนกับ Corolado หรือ Cruze ที่เคยผ่านตา มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ดูตื่นเต้นสำหรับรถครอบครัวคันนี้คือ แผงมาตรวัดเรืองแสงซึ่งยกมาจากน้องเล็กตัวจี๊ดอย่าง Sonic เท่านั้น เพราะส่วนอื่นๆนั้นดูไม่ค่อยเข้าตามากนัก ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้าแบบทูโทนที่ออกแบบได้ค่อนข้างแข็งพร้อมวิทยุ/ซีดี/MP3 พร้อมพอร์ต AUX และ USB หน้าตาย้อนยุคและระบบปรับอากาศแบบธรรมดาๆ สุดท้ายคือพวงมาลัย 3 ก้านดีไซน์สวยๆ นั้นกลับดูโล่งเพราะไม่มีปุ่มสั่งการใดๆ แบบ Multi-Function มาให้อีกต่างหาก มิหนำซ้ำ Spin ยังตกเป็นรองอีกหนึ่งอย่างด้วยรูปแบบของเบาะแถว 2 และ 3 ซึ่งให้ความคล่องตัวในการขึ้น/ลงห้องโดยสารได้สะดวกน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นการพับเบาะแบบ 60:40 ที่แถว 2 แบบจังหวะเดินซึ่งเลื่อนเดินหน้า/ถอยหลังไม่จะทำให้มีช่องเข้าสู่เบาะแถว 3 ที่ค่อนข้างแคบไปนิด แต่สามาถพับราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระในแถวสุดท้าย
มาถึงตรงนี้ Spin ดูเหมือนจะต้องหาจุดเด่นเพิ่ม เพื่อเรียกคะแนนที่ทำหล่นหายไปหลายแต้ม จากภายในห้องโดยสารที่ตามหลังคู่แข่งอยู่พอสมควร ซึ่งนั่นหมายถึง Spin ต้องมีสมรรถนะที่โดดเด่นและเหนือกว่าจึงจะทำให้มันกลับมาทำคะแนนแซงคู่แข่งได้อีกครั้ง
Engine&Performance
ซึ่งขุมพลังใต้ฝากระโปรงนั้น Chevrolet ที่จำหน่ายในบ้านเรานั้น แฟนที่ตั้งตารอ Spin อาจต้องผิดหวังเล็กน้อยที่เปิดมาไม่ใช่เครื่อง 1.8 ลิตร ที่ทำตลาดอยู่ในบราซิลและอีกหลายประเทศทางฝั่งยุโรป แต่เป็นเครื่องแบบ Eco-Tec ความจุ 1.5 ลิตร ซึ่งถึงจะไม่ใช่เครื่องรุ่นท็อปสุดใน Spinn ก็ตามแต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งหมดแล้ว ถือว่าค่อนข้างได้เปรียบเลยทีเดียว โดยมีแรงม้าสูงสุดที่ 107 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 148 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ซึ่งส่งถ่ายกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Gen II ที่พัฒนาต่อยอดจากเกียร์ของ Sonic พร้อมสวิทซ์เปลี่ยนเกียร์แบบ Toggle-Swith สไตล์เดียวกับน้องเล็ก เอาไว้เปลี่ยนเกียร์เองเพื่อเพิ่มความสนุกสนานแบบเกียร์ธรรมดา
ซึ่งจากการที่ได้ขับทดสอบ Spin ให้การตอบสนองแบบเรื่อยสไตล์รถครอบครัวในช่วงออกตัว ก่อนจะแสดงพลังด้วยรอบเครื่องที่ค่อยๆไต่ขึ้นมาพร้อมเสียงเครื่องที่รอดเข้ามาอารมณ์คล้ายตอนขับ Sonic จนถึงที่พิกัด 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 14.64 วินาที และทำตัวความเร็วสูงสุดได้ 170 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่คู่ควรกับรถครอบครัวมาที่สุด และทำได้ใกล้เคียงกับคู่แข่งเสียอย่างเดียวที่อัตราเร่งมาช้าไปนิด เพราะต้องแบกน้ำหนักตัวกว่า 1.2 ตันหรือจะลองเปลี่ยนเกียร์เองเพื่อเพิ่มความสนุกสนานด้วยการลากรอบแบบสุดๆแบบเดียวกับเกียร์ธรรมดา ที่อาจไม่ค่อยถนัดนักเพราะปุ่มมีขนาดเล็กไปนิดแต่อยู่ในตำแหน่งที่ดีทำให้ไม่ต้องขยับแขนขึ้นลงเหมือนทั่วๆไป ซึ่งมันก็พอช่วยให้ขับสนุกขึ้นได้อีกนิด บนภาพลักษณ์ของรถครอบครัวที่ไม่เร่งรีบไว้เหมือนเดิม
ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองนั้น Spin ซึ่งใช้รอบเครื่องยนต์ในระดับกลางไม่สูงไม่ต่ำแต่มาแบบเลื่อยๆ เช่น 80 กม./ชม. รอบจะอยู่ประมาณ 1,950 รอบ/นาที และเพิ่มขึ้นเป็น 2,450 รอบ/นาที ที่ความเร็ว 100กม./ชม. ต่อเนื่องจนถึง 120กม./ชม. ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่วนที่ความ 140กม./ชม. นั้นรอบจะอยู่ที่ 3,500 รอบ/นาที ตามลำดับ และส่งผลให้ Spin ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากขับทดสอบทั้งในและนอกเมืองบนระยะทางกว่า 120 กม. ได้ที่ 12.16 กม./ลิตร
Handling&Ride&Brake
ไฮไลท์เด็ดที่น่าจะเรียกคะแนนให้ Spin กลับมาแซงหน้าคู่แข่งได้อีกครั้งนั่นคือระบบกันสะเทือนที่ให้ฟิลลิ่งในการขับที่เหนือกว่ารถครอบครัวจ่ายกับข่าวทั่วไป ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแแม็กเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบคานบิด ซึ่งให้การยึดเกาะถนนที่มั่นใจได้ทั้งในช่วงสาดโค้งสั้นๆ ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ที่ให้การบังคับควบคุมผ่านพวงมาลัยซึ่งหน่วงน้ำหนักมาค่อนข้างตึงมือไม่เบาหวิวทำให้รู้สึกมั่นใจ และยังตอบสนองได้ค่อนข้างแม่นยำผ่านพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฮดรอลิกผ่อนแรง
พร้อมช่วงล่างซี่งมีช่วงยุบตัวค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งค่ายอื่นที่เน้นความนุ่มนวลมากกว่า และแสดงให้เห็นถึงสเถียรของช่วงล่างที่มั่นคง จนมั่นใจได้ถึงแม้ว่าจะไม่มีระบบความปลอดภัยขั้นเทพมาช่วย นอกจาก ระบบป้องกันล้อล็อ ABS และ ระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก EBD ที่มากับระบบเบรกแบบปกติคือ ดิสก์หน้า ดรัมหลัง เท่านั้นก็ก็เกินพอ ซึ่งในตอนที่ได้ลองเบรกหนักๆ ดูจะรู้สึกว่าหนักเท้ากว่าคู่แข่งเล็กน้อย ต้องออกแรงเหยียบมากหน่อย แต่ให้ระยะเบรกที่ไม่เหมาะสมกับกับความเร็วและไม่แตกต่างจากคู่แข่งมากนัก
Tester Verdict
สรุปแล้วถึงแม้ว่า Spin จะตอบโจทย์ในเรื่องความสะดวกสบายด้วยออฟชั่นและอุปกรณ์ต่างๆได้ไม่โดดเด่นเท่าคู่แข่งก็ตาม แต่ถ้าพูดถึงในแง่ของสมรรถนะแล้ว Spin คือพระเอกในรถกลุ่ม Mini MPV ได้ไม่ยาก ด้วยภาพรวมที่กำหนดมาเพื่อเอาใจผู้ขับมากกว่าผู้โดยสารได้แตกต่างจากคู่แข่งค่ายอื่นๆอย่างชัดเจนกว่า กับหน้าตาที่ดูหล่เท่ฉีกสไตล์ของความเป็นรถครอบครัวขนาดเล็กออกเป็นจนสร้างความโดดเด่นและดูมีเอกลักษณ์มากที่สุดในตอนนี้
Specification : Chevrolet Spin LTZ
รายละเอียดการผลิต
รุ่นปี: 2013
ประเทศผู้ผลิต: ประเทศอินโดนีเซีย
ผู้จำหน่ายในประเทศไทย: บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ประเภทรถยนต์: Mini MPV
ราคา (ล้านบาท) 0.762
Dimension:
Avanza Freed EL Ertiga Spin
Length: 4,150 4,215 4,265 4,360
Width: 1,660 1,700 1,695 1,953
Height: 1,695 1,735 1,685 1,683
Wheelbase: 2,655 2,740 2,740 2,620
Front/Rear track: 1,425/1,435 1,478/1,466 1,480/1,490 1,503/1,509
Engine
แบบ Ecotec เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมวาล์วแปรผัน Double CVC
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,485 ซีซี
ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก 73.4 x 82.6 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง มัลติพอยด์เควนเชียล MPFi
กำลังสูงสุด 107@6,000
แรงบิดสูงสุด 148@3,800
เชื้อเพลิง เบนซิน 91Ron - E20
Drivertrain
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
เกียร์อัตโนมัติ 6 Speed
คลัทซ์ ทอร์กคอนเวอร์ทเตอร์
Steering แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง
Suspension
หน้า อิสระแม็กเฟอร์สันตรัท คอยล์สปริงค์พร้อมเหล็กกันโคลง โช็คอัพแก็ส
หลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมโช็คอัพแก็ส
Brake
หน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง ดรัมเบรก
Wheel+Tire
ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว
ยาง 195/65R15
Safety ABS,EBD
Test Result
รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่างๆที่เกียร์ 6
km./h rpm.
80 1,950
100 2,450
120 3,000
140 3,500
Acceleration (km./h) sec.
0-100 14.64
0-402m. 19.87
Top Speed (km./h) 170
Consumption (km./l.)
AVR. 12.16
ขอขอบคุณ
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
เรื่อง : อาณัติ สุทธิบุตร
ความคิดเห็น