สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์-รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยตามสภาพตลาด แต่มั่นใจไม่หลุดฐานการผลิตรถยนต์ 1 ใน 10 ของโลกในปีนี้ มั่นใจภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้นช่วงไตรมาส 4
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าจากภาพรวมของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาอย่างรุนแรง
ส.อ.ท.ได้ทำการปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ทำการปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้จาก 2.4 ล้านคันเหลือ 2.2 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อการส่งออก 1.2 ล้านคันเท่ากับเป้าหมายเดิมและผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านคัน ลดลงจากเป้าหมายเดิม 1.2 ล้านคันราว 25.14%
"แม้จะมีเป้าหมายการผลิตที่ลดลง แต่เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาความเป็นฐานการผลิตใหญ่ 1 ใน 10 ของโลกเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฐานการผลิตอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบทำให้เป้าหมายการผลิตลดลงเช่นเดียวกัน"
นอกจากนี้ ยังได้ทำการปรับเป้าหมายการผลิตรถจักรยานยนต์ลงเช่นเดียวกัน โดยได้ปรับลดจาก 2.25 ล้านคันเหลือ 2 ล้านคันในปีนี้ ลดลงจากเดิม 9.85% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1.7 ล้านคัน ลดลงจากเป้าเดิม 1.9 ล้านคันประมาณ 9.85% และการผลิตเพื่อการส่งออก 3 แสนคัน ลดลงจากเป้าหมายเดิม 5 หมื่นคัน หรือคิดเป็น 10.12%
ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีการอัดเม็ดเงินเข้าไปในระบบและมีแผนที่จะผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ โดยคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นผลจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์เชิงพาณิชย์ก่อน โดยรถยนต์นั่งจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามมาในอนาคต
ความคิดเห็น