เชฟโรเลตเพิ่งจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ รุ่นปี 2015 ออกมาสู้ศึกรถอเนกประสงค์กระบะดัดแปลงที่ทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น
เทรลเบลเซอร์โฉมใหม่ได้รับการอัพเกรดหลายส่วน ถือเป็นการต่อยอดความโดดเด่นเพิ่มจากจุดแข็งของเดิมที่มีอยู่แล้ว ทีมงาน Autospinn จึงขอนำเสนอ 5 ไฮไลท์ที่เราชื่นชอบมาฝากท่านผู้อ่านกัน สำหรับข้อมูลรถฉบับเต็มเข้าชมได้ที่นี่
1. คอยล์สปริง 4 ล้อและช่วงล่างแบบ 5 ลิงค์ที่ด้านหลัง
ความแน่นหนึบของช่วงล่างถือเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลตมานานแล้ว เทรลเบลเซอร์มาพร้อมกับช่วงล่างคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อและการเซ็ทอัพช่วงล่างหลังแบบ 5 ลิงค์ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน ทางเชฟโรเลตการันตีว่าระบบกันสะเทือนแบบนี้จะให้ทั้งความนุ่มนวลในการขับขี่ปกติและความสมบุกสมบันในการลุยทางออฟโรด ซึ่งตอบโจทย์คนที่มองหารถอเนกประสงค์พันธุ์แกร่งที่รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
2. แรงบิด 500 นิวตันเมตร
ขุมพลังดูราแม็กซ์ 2.8 ลิตร ดีเซล-เทอร์โบเจนเนอเรชั่นที่สองที่วางอยู่ในเทรลเบลเซอร์ใหม่ รีดพละกำลัง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดมหาศาลถึง 500 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีซึ่งมากที่สุดในเซกเมนท์ เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งการไต่เขาสูงชัน บุกป่าฝ่าดงและการขับขี่ทางไกล แถมยังมาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดอีกด้วย
3. ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เมื่อเครื่องยนต์มีพลังแรงถึงใจแล้ว ระบบเบรกก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ใช้ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อที่นอกจากจะให้ประสิทธิภาพการหยุดรถอย่างมั่นใจแล้ว ยังดูหล่อเหลายิ่งกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ระบบดรัมเบรกที่ด้านหลัง เทรลเบลเซอร์ถือเป็นรถพีพีวีรุ่นแรกในเซกเมนท์ที่ใช้ดิสก์เบรก 4 ล้อ
4. เช็คระยะทุก 15,000 กม.
เชฟโรเลตพยายามปรับปรุงบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าเทรลเบลเซอร์จะมีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าด้วยกำหนดการเข้าตรวจเช็คระยะอยู่ที่ทุก 15,000 กม. ซึ่งยาวนานกว่าคู่แข่งที่กำหนดการตรวจเช็คไว้ที่ 10,000 กม.
5. รูปลักษณ์แบบอเมริกัน
การออกแบบภายนอกอาจเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์น่าจะถูกใจคนที่ชื่นชอบสไตล์แบบอเมริกันที่เน้นความเรียบง่ายแต่บึกบึน เส้นสายไม่หวือหวาแต่เปี่ยมด้วยมัดกล้ามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เทรลเบลเซอร์ 2015 มาพร้อมสีตัวถังใหม่ เทา Satin Steel Gray ขณะที่ด้านหลังใช้ไฟท้ายแอลอีดีเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น LTZ1
ความคิดเห็น